แล้วนั่งร้องไห้ รอตร.ใกล้ศพเผยถูกทำร้ายเวลาไม่ให้ร่วม
นักร้องสาวก่อเหตุสะเทือนใจ ใช้มีดกะซวก ผัวหนุ่มอกทะลุดิ้นพราด แล้วเชือดอวัยวะเพศซ้ำห้อยร่องแร่งหวิดขาด ขาดใจตายทรมาน หลังก่อเหตุรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมรับสารภาพอ้างสามีเมาเหล้าลงมือซ้อมทุบตีทารุณ เพราะโกรธแค้นที่ไม่ยอมร่วมหลับนอนด้วยจนทนไม่ไหวเลยเกิดอารมณ์ชั่ววูบ คว้ามีดแทงสวนล้มทรุดก่อนเชือดหำกระจุยดับสยอง
นักร้องสาวใหญ่ก่อคดีฆ่าผัวใช้มีดแทงอกล้มทรุดแล้วเชือดหำซ้ำหวิดขาดดับทารุณรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 1 ธ.ค. พ.ต.ท.ประวิทย์ ยงยุทธ์ สารวัตรเวร สภ.เมืองลพบุรี รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ปากทางเข้าวัดป่าหวายเก่า หมู่ 6 ต.ป่าตาล อ.เมืองลพบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธวัฒชัย เกิดโภคทรัพย์ ผกก.สภ.เมืองลพบุรี พ.ต.ท.วชิระ พยาน้อย รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.พรชัย ไข่สนอง รอง ผกก. กสส.ภ.จ.ลพบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งลพบุรีเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวไม้ชั้นเดียว พบศพผู้ตายนอนหงายบนพื้นห้องทราบชื่อนายศักรินทร์ สุขสวัสดิ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/10 ซอยวัดป่าหวายเก่า หมู่ 6 ต.ป่าตาล อ.เมืองลพบุรี สภาพศพนุ่งกางเกงติดกายเพียงตัวเดียวเลือดไหลชุ่มโชก ที่อวัยวะเพศมีรอยถูกเชือดด้วยของมีคมห้อยร่องแร่งหวิดขาด บริเวณอกซ้ายมีบาดแผลถูกแทงเป็นแผลฉกรรจ์ 1 แผล เลือดไหลเปรอะ ข้างศพพบนางสายฝน ปาดทอง อายุ 33 ปี ภรรยาผู้ตาย บ้านเดิมอยู่เลขที่ 36 หมู่ 5 ต.ห้วยเกิ้ง อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ข้างศพ ในที่เกิดเหตุพบอาวุธที่ใช้ สังหารเป็นมีดปลายแหลมยาวเกือบ 1 ฟุต เปรอะคราบเลือดวางอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนางสายฝนให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้สังหารผู้ตาย โดยเปิดเผยว่ามีอาชีพเป็นนักร้องที่ห้องอาหารแห่งหนึ่ง อยู่กินกับนายศักรินทร์มาหลายปีมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน อายุ 1 ขวบ 4 เดือน ช่วงแรกๆอยู่กินกันอย่างมีความสุข แต่ระยะหลังสามีมีนิสัยเปลี่ยนไป ชอบกินเหล้าเมาและมีความต้องการทางเพศสูงมักจะขอร่วมหลับนอนบ่อยครั้ง หากไม่ยอมก็จะถูกซ้อม ก่อนเกิดเหตุกำลังนอนหลับอยู่กับลูกสาว สามีได้กลับเข้าบ้านในสภาพมึนเมาเกิดอารมณ์ทางเพศขอร่วมหลับนอนกับตนเช่นเคย แต่ได้ปฏิเสธไม่ยอมร่วมหลับนอนด้วยทำให้สามีแสดงอาการไม่พอใจลงมือซ้อมทำร้ายทุบตีจนศีรษะร่างกายบอบช้ำแตกจนแทบทนไม่ไหว
วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
โจรบาปบุกวัดดัง ตัด6เศียรพุทธรูป
โจรมารศาสนาไม่เกรงกลัวบาป ตัดกุญแจโบสถ์ วัดดังลพบุรี ลอบเข้าไปตัดเศียรพระพุทธรูปเก่าแก่ อายุกว่า 200 ปี อย่างอุกอาจ รวดเดียว 6 เศียร ลงมือช่วงพระจำวัด เจ้าอาวาสวัดตกใจตื่นหลังหมาเห่ากระโชกดัง รีบลงจากกุฏิไปดูพบคนร้ายหอบเศียรพระหายจ้อย ย่ำยีหัวใจชาวพุทธในละแวกบ้าน พากันสาปแช่งระงม ผู้ว่าฯเร่งตำรวจไล่ล่าตามลากคอมาให้ได้มารศาสนาไม่เกรงกลัวบาปบุกตัดเศียรพระพุทธรูปเก่าแก่ภายในวัดอย่างอุกอาจในครั้งนี้ เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 22 ต.ค. พ.ต.ท.ณรงค์เดช สอาดบัว สารวัตรเวร สภ.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี ได้รับแจ้งจากพระสมุห์เอื้อมจันทสโร อายุ 67 ปี เจ้าอาวาสวัด วัดหลวงท้ายตลาด เลขที่ 50 หมู่ 2 ต.ท้ายตลาด อ.เมือง จ.ลพบุรี ว่า ได้มีคนร้ายลักลอบเข้าไปตัดกุญแจประตูโบสถ์ และขโมยตัดเศียรพระพุทธรูปที่อยู่ภายในโบสถ์ไปจำนวน 6 เศียรหลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.มาโนช สุภาพพูล ผกก. สภ.ท่าหิน พ.ต.ท.อดิศร บุญประทีป รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ประเสริฐ หนูดี รอง ผก.ปป.สภ.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจำนวนหนึ่ง
พบโบสถ์ที่คนร้ายเข้าไปก่อเหตุ อยู่ด้านหลังวัด โดยประตูโบสถ์มีสภาพเปิดอ้าอยู่ ส่วนแม่กุญแจถูกตัดวางทิ้งอยู่ที่หน้าประตู เมื่อเข้าไปตรวจภายใน พบมีพระพุทธรูปพระประธานองค์ใหญ่ และพระพุทธรูปบริวาร หน้าตักประมาณ 1 เมตร ถูกตัดเศียรอยู่ จำนวน 6 เศียร ทั้งหมดเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิเก่าแก่ มีอายุกว่า 200 ปี จึงแจ้งเจ้าหน้าที่วิทยาการ บก.ภ.จ.ลพบุรี เข้าตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝง และหลักฐานของคนร้ายที่ทิ้งไว้ เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายที่ลงมือมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ย่องเข้าไปใช้เลื่อยตัดเหล็กตัดกุญแจล็อกเปิดประตูโบสถ์ เข้าไปตัดเศียรพระ จากนั้นนำรถยนต์มาลำเลียงเศียรพระหลบหนีไปอย่างเงียบเชียบ
พบโบสถ์ที่คนร้ายเข้าไปก่อเหตุ อยู่ด้านหลังวัด โดยประตูโบสถ์มีสภาพเปิดอ้าอยู่ ส่วนแม่กุญแจถูกตัดวางทิ้งอยู่ที่หน้าประตู เมื่อเข้าไปตรวจภายใน พบมีพระพุทธรูปพระประธานองค์ใหญ่ และพระพุทธรูปบริวาร หน้าตักประมาณ 1 เมตร ถูกตัดเศียรอยู่ จำนวน 6 เศียร ทั้งหมดเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิเก่าแก่ มีอายุกว่า 200 ปี จึงแจ้งเจ้าหน้าที่วิทยาการ บก.ภ.จ.ลพบุรี เข้าตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝง และหลักฐานของคนร้ายที่ทิ้งไว้ เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายที่ลงมือมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ย่องเข้าไปใช้เลื่อยตัดเหล็กตัดกุญแจล็อกเปิดประตูโบสถ์ เข้าไปตัดเศียรพระ จากนั้นนำรถยนต์มาลำเลียงเศียรพระหลบหนีไปอย่างเงียบเชียบ
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สาดปลาร้าใส่ นายกฯมาร์ค แถมโห่ไล่ป่วน
ตำรวจอารักขาเข้ม "อภิสิทธิ์" เดินทางมาประชุมชี้แจง โครงการประกันรายได้ขั้นต่ำเกษตรกร ที่ลพบุรี ท่ามกลางกลุ่มเสื้อแดงดักรอ โห่ตะโกนขับไล่ และขว้างถุงปลาร้าเข้าใส่ขบวนรถติดตาม ..
วันนี้ (12ก.ย.) เมื่อเวลา 07.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากบ้านพักซอยสุขุมวิท 31 ไปยังอ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เพื่อบันทึกรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์"และมอบใบสัญญา ประกันราคาและใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พร้อมชี้แจงโครงการประกันราคาผลผลิตการเกษตรตามนโยบายรัฐบาลที่หอประชุม เทศบาลตำบลท่าวุ้ง ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ได้สั่งให้ตำรวจติดตามใช้รถคุ้มกันไม่ให้รถของผู้สื่อข่าวติดตาม แม้แต่รถของผู้สื่อข่าวทีวีของสทท.ช่องว 11 ขอเกาะขบวนระหว่างอยู่บนทางด่วน ยังต้องถูกรถมอเตอร์ไซด์นำขบวนขวางไม่ให้ติดตามเช่นกัน
จากนั้นเวลา 08.10 น.นายอภิสิทธิ์เดินทางไปถึงสำนักงานเทศบาลตำบลท่าวุ้ง โดยมีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.นายกรัฐมนตรี นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รรท.ผบ.ตร. พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวช ผู้ช่วยผบ.ตร.และอดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยบุกยึดสนามบิน พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 รวมทั้งผวจ.ลพบุรีนายอำเภอท่าวุ้ง นายกเทศมนตรี ข้าราชการ รวมทั้งประชาชนที่ใส่เสื้อยืดสีฟ้าสกรีนข้อความว่า "ประกันรายได้ ช่วยชาวนาไทย ความจริงใจของรัฐบาล" ราว 500 คนรอต้อนรับอยู่ภายในบริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลท่าวุ้ง ระหว่างนั้นได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 50-60 คน มาชุมนุมปราศรัยขับไล่นายอภิสิทธิ์ อยู่บนถนนด้านหน้าสำนักงานเทศบาลห่างจากรั้วสำนักงานเทศบาลตำบลท่าวุ้งไม่ ถึง 30 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 500นาย ยืนขวางกันไม่ให้ล่วงล้ำเข้าไปในรั้วของสำนักงานเทศบาล เมื่อนายอภิสิทธิ์ไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบปิดประตูรั้วทันที
ต่อมานายอภิสิทธิ์ได้ไปพบปะและฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลตำบล ท่าวุ้ง ก่อนไปสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยมีชาวบ้านที่ใส่เสื้อสีฟ้าตั้งแถวกั้นเป็นทางเดินเพื่อไปยังหอประชุม เทศบาลห่างจากสำนักงานเทศบาลประมาณ 100 เมตร เพื่อบันทึกรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" โดยมีนักแสดงจากละครเรื่อง ผู้ใหญ่ลีกับนางมา น.ส.เฌอมาลย์ บุญญศักดิ์ หรือ พลอย และนายทฤษฎี หรือ ปอ มาเป็นพิธีกรในรายการ และมีชาวบ้านรอร่วมฟังรายการอยู่ในหอประชุมประมาณ 400 คน ทั้งนี้ระหว่างที่เดินชาวบ้านส่วนหนึ่งพากันตะโกนให้กำลังใจว่า "นายกฯสู้ๆ"
กระทั่งเวลา 10.00 น.ก่อนเดินทางกลับ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สั่งให้ชุดรปภ.นายกฯบล็อกขบวนรถผู้สื่อข่าวว่า ไม่หรอก มีประเด็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ อยู่ และเจ้าหน้าที่ไม่อยากให้การเดินทางมาปฏิบัติราชการมีปัญหาหรือเกิดการปะทะ กัน แต่เรียบร้อยดีไม่มีอะไร เมื่อถามว่าสถานการณ์ที่ระบุนั้นหมายถึงอะไร นายอภิสิทธิ์ ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามว่า วันนี้มีคนเสื้อแดงมาขไล่แล้วจะลงพื้นที่อีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ลงครับๆ" จากนั้นก็ก้าวขึ้นรถทันทีแต่เมื่อขบวนรถของนายอภิสิธิ์พุ่งตัวออกจากรั้ว สำนักงานเทศบาล บรรดากลุ่มคนเสื้อแดงต่างพากันโห่ร้องระดมขว้างปา ขวดน้ำ รองเท้า รวมทั้งถุงปลาร้าที่เตรียมไว้ใส่ขบวนรถของนายอภิสิทธิ์เป็นการใหญ่ ปรากฏว่ารถเบนซ์กันกระสุนทะเบียน ษห 3834 โดนถุงปลาร้าเข้าไปที่บริเวณกระโปรงหน้ารถเป็นจุดๆทำให้กลิ่นเล็ดรอดเข้าไป ในตัวรถจนรปภ.ติดตามที่นั่งหน้ารถบ่นอุบว่าเหม็นไม่หาย
ต่อมาเวลา 10.25 น.นายอภิสิทธิ์ ได้แวะพักซื้อกาแฟเย็นและนั่งคุยกับพล.ต.อ.ธานีที่ร้านแบล็ก แคนยอนในปั๊มน้ำมันปตท.อ.มหาราช จ.อยุธยาประมาณ 10 นาที กระทั่งเวลา 10.50 น.นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับพล.ต.อ.ธานีว่า ได้สอบถามสถานการณ์วันที่ 19 ก.ย.ที่จะมีการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการประกาศพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรก่อนวันที่ 19 ก.ย.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะนำเข้าพิจารณาในครม.วันอังคารที่ 15 ก.ย.นี้ เมื่อถามอีกว่า มีแนวโน้มน่าจะเป็นไปได้ที่จะประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นไปได้ ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้านพักซอยสุขุมวิท 31
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปปักหลักปราศรัยขับไล่นายอภิสิทธิ์ที่หน้า สำนักงานเทศบาลตำบลท่าวุ้งนั้น ได้มีคนเสื้อแดงจากหลายจังหวัดในภาคกลางนับร้อยคน ต่างก็ตะโกนด่าทอนายอภิสิทธิ์ อาทิ อภิสิทธิ์มือเปื้อนเลือดสั่งฆ่าประชาชนวันที่ 13 เม.ย. นายกฯฆาตรกรฟันน้ำนม 19 ก.ย.เจอกันแน่ ทั้งนี้ได้มีการเกณฑ์เจ้าหน้าที่ตำรวจนับพันนาย รวมทั้งกำลังสาราวัตรทหารบก เจ้าหน้าที่เทศกิจ อพปร.จำนวนหนึ่งมายืนอารักขาโดยรอบบริเวณสำนักงานเทศบาล ซึ่งตำรวจหลายนายพกปืนยิงแก๊สน้ำตาติดตัวด้วย และยังเตรียมรถตู้ รถควบคุมผู้ต้องหา รถดับเพลิงหลายสิบคันไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนได้นำแผงเหล็กตั้งด่านสกัดคนเสื้อแดง ตั้งแต่ปากทางเข้าสำนักงานเทศบาล ด้านถนนท่าวุ้ง-ลพบุรีที่สามแยกธนาคารกรุงไทยระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าตำรวจกับหญิงแนวร่วมคนเสื้อแดงที่ ไม่ได้ใส่เสื้อแดงคนหนึ่งที่ลงจากรถเข้าไปด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ทำไมไม่ให้ประชาชนเข้าไปทีพวกมึงทำอะไรก็ได้อย่างนี้ไม่เป็นประชา ธิปไตย ระหว่างนั้นขบวนรถของทีมผู้สื่อข่าวติดตามนายกฯจากกทม.ที่ตามมาภายหลังได้ไป ถึงบริเวณนั้นพอดีทำให้คนเสื้อแดงที่กำลังด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบนำ ป้ายคนเสื้อแดงอยุธยาขับไล่นายอภิสิทธิ์ขึ้นมาโชว์ทันที แต่ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆส่วนผู้สื่อข่าวและช่างภาพต้องพากันลงเดินกันหน่อง โป่งจากปากทางไปยังสำนักงานเทศบาลเกือบ 2 กิโลเมตร
วันนี้ (12ก.ย.) เมื่อเวลา 07.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากบ้านพักซอยสุขุมวิท 31 ไปยังอ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เพื่อบันทึกรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์"และมอบใบสัญญา ประกันราคาและใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พร้อมชี้แจงโครงการประกันราคาผลผลิตการเกษตรตามนโยบายรัฐบาลที่หอประชุม เทศบาลตำบลท่าวุ้ง ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ได้สั่งให้ตำรวจติดตามใช้รถคุ้มกันไม่ให้รถของผู้สื่อข่าวติดตาม แม้แต่รถของผู้สื่อข่าวทีวีของสทท.ช่องว 11 ขอเกาะขบวนระหว่างอยู่บนทางด่วน ยังต้องถูกรถมอเตอร์ไซด์นำขบวนขวางไม่ให้ติดตามเช่นกัน
จากนั้นเวลา 08.10 น.นายอภิสิทธิ์เดินทางไปถึงสำนักงานเทศบาลตำบลท่าวุ้ง โดยมีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.นายกรัฐมนตรี นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รรท.ผบ.ตร. พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวช ผู้ช่วยผบ.ตร.และอดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยบุกยึดสนามบิน พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 รวมทั้งผวจ.ลพบุรีนายอำเภอท่าวุ้ง นายกเทศมนตรี ข้าราชการ รวมทั้งประชาชนที่ใส่เสื้อยืดสีฟ้าสกรีนข้อความว่า "ประกันรายได้ ช่วยชาวนาไทย ความจริงใจของรัฐบาล" ราว 500 คนรอต้อนรับอยู่ภายในบริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลท่าวุ้ง ระหว่างนั้นได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 50-60 คน มาชุมนุมปราศรัยขับไล่นายอภิสิทธิ์ อยู่บนถนนด้านหน้าสำนักงานเทศบาลห่างจากรั้วสำนักงานเทศบาลตำบลท่าวุ้งไม่ ถึง 30 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 500นาย ยืนขวางกันไม่ให้ล่วงล้ำเข้าไปในรั้วของสำนักงานเทศบาล เมื่อนายอภิสิทธิ์ไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบปิดประตูรั้วทันที
ต่อมานายอภิสิทธิ์ได้ไปพบปะและฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลตำบล ท่าวุ้ง ก่อนไปสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยมีชาวบ้านที่ใส่เสื้อสีฟ้าตั้งแถวกั้นเป็นทางเดินเพื่อไปยังหอประชุม เทศบาลห่างจากสำนักงานเทศบาลประมาณ 100 เมตร เพื่อบันทึกรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" โดยมีนักแสดงจากละครเรื่อง ผู้ใหญ่ลีกับนางมา น.ส.เฌอมาลย์ บุญญศักดิ์ หรือ พลอย และนายทฤษฎี หรือ ปอ มาเป็นพิธีกรในรายการ และมีชาวบ้านรอร่วมฟังรายการอยู่ในหอประชุมประมาณ 400 คน ทั้งนี้ระหว่างที่เดินชาวบ้านส่วนหนึ่งพากันตะโกนให้กำลังใจว่า "นายกฯสู้ๆ"
กระทั่งเวลา 10.00 น.ก่อนเดินทางกลับ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สั่งให้ชุดรปภ.นายกฯบล็อกขบวนรถผู้สื่อข่าวว่า ไม่หรอก มีประเด็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ อยู่ และเจ้าหน้าที่ไม่อยากให้การเดินทางมาปฏิบัติราชการมีปัญหาหรือเกิดการปะทะ กัน แต่เรียบร้อยดีไม่มีอะไร เมื่อถามว่าสถานการณ์ที่ระบุนั้นหมายถึงอะไร นายอภิสิทธิ์ ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามว่า วันนี้มีคนเสื้อแดงมาขไล่แล้วจะลงพื้นที่อีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ลงครับๆ" จากนั้นก็ก้าวขึ้นรถทันทีแต่เมื่อขบวนรถของนายอภิสิธิ์พุ่งตัวออกจากรั้ว สำนักงานเทศบาล บรรดากลุ่มคนเสื้อแดงต่างพากันโห่ร้องระดมขว้างปา ขวดน้ำ รองเท้า รวมทั้งถุงปลาร้าที่เตรียมไว้ใส่ขบวนรถของนายอภิสิทธิ์เป็นการใหญ่ ปรากฏว่ารถเบนซ์กันกระสุนทะเบียน ษห 3834 โดนถุงปลาร้าเข้าไปที่บริเวณกระโปรงหน้ารถเป็นจุดๆทำให้กลิ่นเล็ดรอดเข้าไป ในตัวรถจนรปภ.ติดตามที่นั่งหน้ารถบ่นอุบว่าเหม็นไม่หาย
ต่อมาเวลา 10.25 น.นายอภิสิทธิ์ ได้แวะพักซื้อกาแฟเย็นและนั่งคุยกับพล.ต.อ.ธานีที่ร้านแบล็ก แคนยอนในปั๊มน้ำมันปตท.อ.มหาราช จ.อยุธยาประมาณ 10 นาที กระทั่งเวลา 10.50 น.นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับพล.ต.อ.ธานีว่า ได้สอบถามสถานการณ์วันที่ 19 ก.ย.ที่จะมีการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการประกาศพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรก่อนวันที่ 19 ก.ย.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะนำเข้าพิจารณาในครม.วันอังคารที่ 15 ก.ย.นี้ เมื่อถามอีกว่า มีแนวโน้มน่าจะเป็นไปได้ที่จะประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นไปได้ ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้านพักซอยสุขุมวิท 31
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปปักหลักปราศรัยขับไล่นายอภิสิทธิ์ที่หน้า สำนักงานเทศบาลตำบลท่าวุ้งนั้น ได้มีคนเสื้อแดงจากหลายจังหวัดในภาคกลางนับร้อยคน ต่างก็ตะโกนด่าทอนายอภิสิทธิ์ อาทิ อภิสิทธิ์มือเปื้อนเลือดสั่งฆ่าประชาชนวันที่ 13 เม.ย. นายกฯฆาตรกรฟันน้ำนม 19 ก.ย.เจอกันแน่ ทั้งนี้ได้มีการเกณฑ์เจ้าหน้าที่ตำรวจนับพันนาย รวมทั้งกำลังสาราวัตรทหารบก เจ้าหน้าที่เทศกิจ อพปร.จำนวนหนึ่งมายืนอารักขาโดยรอบบริเวณสำนักงานเทศบาล ซึ่งตำรวจหลายนายพกปืนยิงแก๊สน้ำตาติดตัวด้วย และยังเตรียมรถตู้ รถควบคุมผู้ต้องหา รถดับเพลิงหลายสิบคันไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนได้นำแผงเหล็กตั้งด่านสกัดคนเสื้อแดง ตั้งแต่ปากทางเข้าสำนักงานเทศบาล ด้านถนนท่าวุ้ง-ลพบุรีที่สามแยกธนาคารกรุงไทยระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าตำรวจกับหญิงแนวร่วมคนเสื้อแดงที่ ไม่ได้ใส่เสื้อแดงคนหนึ่งที่ลงจากรถเข้าไปด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ทำไมไม่ให้ประชาชนเข้าไปทีพวกมึงทำอะไรก็ได้อย่างนี้ไม่เป็นประชา ธิปไตย ระหว่างนั้นขบวนรถของทีมผู้สื่อข่าวติดตามนายกฯจากกทม.ที่ตามมาภายหลังได้ไป ถึงบริเวณนั้นพอดีทำให้คนเสื้อแดงที่กำลังด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบนำ ป้ายคนเสื้อแดงอยุธยาขับไล่นายอภิสิทธิ์ขึ้นมาโชว์ทันที แต่ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆส่วนผู้สื่อข่าวและช่างภาพต้องพากันลงเดินกันหน่อง โป่งจากปากทางไปยังสำนักงานเทศบาลเกือบ 2 กิโลเมตร
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
'ชากังราว-ทอ.' นำจ่าฝูงลูกยางไทยลีก
แชมป์เก่า "หนุ่มอินทรี" ชากังราว - ทหารอากาศ นำจ่าฝูงวอลเลย์บอล ไทยแลนด์ ลีก ประเภททีมชาย หลังเปิดฉากเลกสอง ด้วยการเอาชนะ "ราชันย์ทะเลใต้" สุพรีม - ขอนหาด จ.นครศรีธรรมราช 3-2 เซต (25-16, 19-25, 19-25, 25-23, 15-7)...
การแข่งขันวอลเลย์บอลอาชีพ ไทยแลนด์ ลีก ครั้งที่ 5 ประจำปี 2553 ซึ่งมี 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขัน แบ่งเป็น ทีมชาย 8 ทีม ได้แก่ จ.นนทบุรี, วอลเลย์บอลโคราช, จ.ชัยภูมิ, จ.กำแพงเพชร - ทหารอากาศ, สุพรีม - ขอนหาด นครศรีธรรมราช,สระบุรี ไทย-เดนมาร์ค, จ.ชลบุรี, จ.สุพรรณบุรี ทีมหญิง 8 ทีม ได้แก่ จ.นนทบุรี, วอลเลย์บอลโคราช, จ.ชัยภูมิ, ชากังราว, สโมสรกีฬากรุงเก่า-เม็กเท็ค, จ.ขอนแก่น, จ.เชียงราย, เทศบาลอ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ซึ่งเปิดฉากการแข่งขันในเลค 2 เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 ที่ผ่านมา โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 8 สนาม ผลมีดังนี้ ที่ ยิมเนเซียมเทศบาลเมืองบ้านหมี่ จ.ลพบุรี ทีมหญิง นนทบุรี ชนะ เทศบาลบ้านหมี่ จ.ลพบุรี 3-2 เซต (20-25, 25-20, 21-25, 25-19, 15-9)
ที่ อาคารพลศึกษาเจ้าฟ้ามหาจักรีศิรินธร สถาบันการพลศึกษา จ.สุพรรณบุรี ทีมชาย "ม้าสีหมอก" สุพรรณบุรี ชนะ "ผึ้งหลวง" นนทบุรี 3-1 เซต (18-25,25-11,25-17,25-15) ที่ สนามกีฬากลาง จ.เชียงราย ทีมหญิง โคราช ชนะ เชียงราย 3-2 เซต (20-25, 19-25, 25-22, 25-21, 15-12) ที่ สนามร.ร.เมืองพัทยา 7 อ.บางละมุง ทีมชาย "ฉลามชล วีซี" ชลบุรี ทีมอันดับ 4 ชนะ "แมงคะนอง" โคราช ทีมอันดับ 2 ไป 3-2 เซต (25-13,25-21,21-25,22-25,15-8) ที่ สนามกีฬากลาง จ.ขอนแก่น ทีมหญิง ขอนแก่น ชนะ ชัยภูมิ 3-1 เซต (25-20,18-25,25-15,25-13) ที่ อาคารเอนกประสงค์ ร.ร.สระบุรีวิทยาคม จ.สระบุรี ทีมชาย สระบุรี ชัยภูมิ ชนะ "หนุ่มวัวแดง" นมไทย-เดนมาร์ค 3-0 เซต (25-20, 25-20, 25-16)
ที่ อาคารศูนย์กีฬา ร.ร.เบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช ทีมชาย "แชมป์เก่า" หนุ่มอินทรี ชากังราว - ทหารอากาศ ชนะ "ราชันย์ทะเลใต้" สุพรีม - ขอนหาด จ.นครศรีธรรมราช 3-2 เซต (25-16, 19-25, 19-25, 25-23, 15-7) ที่ สนามกีฬา จ.พระนครศรีอยุธยา ทีมหญิง "สาวตะเพียนทอง" กรุงเก่า-เม็กเท็ค จ.พระนครศรีอยุธยา ทีมอันดับ 1 ชนะ ชากังราว ทีมอันดับ 7 ไป 3-2 เซต (25-22,20-25,26-24,25-27,15-8)
การแข่งขันวอลเลย์บอลอาชีพ ไทยแลนด์ ลีก ครั้งที่ 5 ประจำปี 2553 ซึ่งมี 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขัน แบ่งเป็น ทีมชาย 8 ทีม ได้แก่ จ.นนทบุรี, วอลเลย์บอลโคราช, จ.ชัยภูมิ, จ.กำแพงเพชร - ทหารอากาศ, สุพรีม - ขอนหาด นครศรีธรรมราช,สระบุรี ไทย-เดนมาร์ค, จ.ชลบุรี, จ.สุพรรณบุรี ทีมหญิง 8 ทีม ได้แก่ จ.นนทบุรี, วอลเลย์บอลโคราช, จ.ชัยภูมิ, ชากังราว, สโมสรกีฬากรุงเก่า-เม็กเท็ค, จ.ขอนแก่น, จ.เชียงราย, เทศบาลอ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ซึ่งเปิดฉากการแข่งขันในเลค 2 เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 ที่ผ่านมา โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 8 สนาม ผลมีดังนี้ ที่ ยิมเนเซียมเทศบาลเมืองบ้านหมี่ จ.ลพบุรี ทีมหญิง นนทบุรี ชนะ เทศบาลบ้านหมี่ จ.ลพบุรี 3-2 เซต (20-25, 25-20, 21-25, 25-19, 15-9)
ที่ อาคารพลศึกษาเจ้าฟ้ามหาจักรีศิรินธร สถาบันการพลศึกษา จ.สุพรรณบุรี ทีมชาย "ม้าสีหมอก" สุพรรณบุรี ชนะ "ผึ้งหลวง" นนทบุรี 3-1 เซต (18-25,25-11,25-17,25-15) ที่ สนามกีฬากลาง จ.เชียงราย ทีมหญิง โคราช ชนะ เชียงราย 3-2 เซต (20-25, 19-25, 25-22, 25-21, 15-12) ที่ สนามร.ร.เมืองพัทยา 7 อ.บางละมุง ทีมชาย "ฉลามชล วีซี" ชลบุรี ทีมอันดับ 4 ชนะ "แมงคะนอง" โคราช ทีมอันดับ 2 ไป 3-2 เซต (25-13,25-21,21-25,22-25,15-8) ที่ สนามกีฬากลาง จ.ขอนแก่น ทีมหญิง ขอนแก่น ชนะ ชัยภูมิ 3-1 เซต (25-20,18-25,25-15,25-13) ที่ อาคารเอนกประสงค์ ร.ร.สระบุรีวิทยาคม จ.สระบุรี ทีมชาย สระบุรี ชัยภูมิ ชนะ "หนุ่มวัวแดง" นมไทย-เดนมาร์ค 3-0 เซต (25-20, 25-20, 25-16)
ที่ อาคารศูนย์กีฬา ร.ร.เบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช ทีมชาย "แชมป์เก่า" หนุ่มอินทรี ชากังราว - ทหารอากาศ ชนะ "ราชันย์ทะเลใต้" สุพรีม - ขอนหาด จ.นครศรีธรรมราช 3-2 เซต (25-16, 19-25, 19-25, 25-23, 15-7) ที่ สนามกีฬา จ.พระนครศรีอยุธยา ทีมหญิง "สาวตะเพียนทอง" กรุงเก่า-เม็กเท็ค จ.พระนครศรีอยุธยา ทีมอันดับ 1 ชนะ ชากังราว ทีมอันดับ 7 ไป 3-2 เซต (25-22,20-25,26-24,25-27,15-8)
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
โดดตึก15ชั้นดับ สาวลพบุรี ญาติปัดให้ข้อมูล
สาวลพบุรี กระโดดตึกฆ่าตัวตายจากชั้นที่ 15 ตกมาค้างที่ชั้น 6 ภายในโรงแรมเอเซียแอร์พอร์ต ลำลูกกา ปทุมธานี ตำรวจเผย ญาติ ไม่ยอมให้ข้อมูลการเสียชีวิต
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 26 ธ.ค. พ.ต.ท.สุขเกษม ทองดี สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้กระโดดตึกฆ่าตัวตายจากชั้นที่ 15 ตกมาค้างที่ชั้น 6 ภายในโรงแรมเอเซียแอร์พอร์ต ถนนพหลโยธิน ม.8 ต.คูคต อ.ลำลูกกา หลังได้รับแจ้ง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ชืพเทศบาลเมืองคูคต หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ และมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง
ที่เกิดเหตุ ภายในโรงแรมดังกล่าว บนชั้นที่ 6 เจ้าหน้าที่พบศพ นางสาวณัฐธภา เพียรเสถียรกุล อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 301 ถนนรามเดโช ต.ทะเลชุบศร อ.เมืองลพบุรี สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีส้ม นุ่งกางเกงขาสั้นสีขาว แขนขาหักทั้งสองข้าง ด้านหลังเป็นรอยช้ำทั้งหลัง
สอบสวน นางสาวชนันทร สารกุล อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 6/1 ม.5 ถนนอุทัยรัตน์ ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ไม่ยอมให้การใดๆทั้งสิ้น โดยกล่าวเพียงว่า ตนเองผู้ตายและพ่อแม่ของผู้ตาย เข้ามาเปิดห้องพักเลขที่ 1533 ชั้นที่ 15 ของโรงแรมดังกล่าว เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เช้าวันเดียวกันนี้ กระทั่งเวลา 16.30 ผู้ตายได้หายออกจากห้องไป ก่อนมาพบกระโดดตึกเสียชีวิตไปแล้ว
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 26 ธ.ค. พ.ต.ท.สุขเกษม ทองดี สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้กระโดดตึกฆ่าตัวตายจากชั้นที่ 15 ตกมาค้างที่ชั้น 6 ภายในโรงแรมเอเซียแอร์พอร์ต ถนนพหลโยธิน ม.8 ต.คูคต อ.ลำลูกกา หลังได้รับแจ้ง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ชืพเทศบาลเมืองคูคต หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ และมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง
ที่เกิดเหตุ ภายในโรงแรมดังกล่าว บนชั้นที่ 6 เจ้าหน้าที่พบศพ นางสาวณัฐธภา เพียรเสถียรกุล อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 301 ถนนรามเดโช ต.ทะเลชุบศร อ.เมืองลพบุรี สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีส้ม นุ่งกางเกงขาสั้นสีขาว แขนขาหักทั้งสองข้าง ด้านหลังเป็นรอยช้ำทั้งหลัง
สอบสวน นางสาวชนันทร สารกุล อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 6/1 ม.5 ถนนอุทัยรัตน์ ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ไม่ยอมให้การใดๆทั้งสิ้น โดยกล่าวเพียงว่า ตนเองผู้ตายและพ่อแม่ของผู้ตาย เข้ามาเปิดห้องพักเลขที่ 1533 ชั้นที่ 15 ของโรงแรมดังกล่าว เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เช้าวันเดียวกันนี้ กระทั่งเวลา 16.30 ผู้ตายได้หายออกจากห้องไป ก่อนมาพบกระโดดตึกเสียชีวิตไปแล้ว
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)